แนะนำ 5 ผลไม้เงินล้าน ปลูกดี มีตลาดรองรับแน่นอน

5 ผลไม้เงินล้าน ปลูกดี มีตลาดรองรับแน่นอน

5 ผลไม้เงินล้าน

1. เมล่อน หากพูดถึงพืชเศรษฐกิจที่นิยมปลูกกันมากในช่วงนี้ หนึ่งในนั้นคงจะต้องมีชื่อ “เมล่อน” อยู่ด้วยแน่นอน ด้วยคุณสมบัติรสชาติหวาน มีกลิ่นหอม รับประทานง่าย ทำให้กลายเป็นผลไม้ขายดีในทุกพื้นที่ ได้รับการยกย่องให้เป็น “ราชินีแห่งพืชตระกูลแตง” ออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ตามลักษณะของผล คือ 1 กลุ่ม “ร็อคเมล่อน” เป็นเมล่อนที่มีลักษณะของเปลือกภายนอกแข็ง มีลายขรุขระเล็กน้อย 2 กลุ่ม “เน็ตเมล่อน” เป็นเมล่อนที่มีลักษณะของเปลือกมีลายร่างแหแผ่คลุมเปลือกด้านนอกไว้ และ 3 กลุ่ม “เมล่อนผิวเรียบ” หรือที่นิยมเรียกกันว่า แคนตาลูปนั่นเอง เมล่อนเป็นพืชที่ชอบอากาศค่อนข้างร้อน อุณหภูมิประมาณ  25 – 35  องศาเซลเซียส มีขนาดแตกต่างกันไป โดยขนาดใหญ่เกรด A จะมีน้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัมขึ้นไป ราคารับซื้อจากไร่ประมาณลูกละ 85 บาทส่วนเกรด B ขนาดต่ำกว่า 1 กิโลกรัม ราคาขายปลีกตามตลาดทั่วไปลูกละ  50-80 บาท ถือว่าเป็นผลไม้ที่มีราคาดีทีเดียว

2. ขนุน เป็นผลไม้ที่นิยมรับประทานในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื้อขนุนสุกใช้รับประทานเป็นผลไม้ และใช้ทำขนมได้หลายชนิด เช่น ใส่ในไอศกรีม ลอดช่อง รวมมิตร กินกับข้าวเหนียวมูน หรือนำไปอบแห้ง ใช้กินเป็นของว่าง ขนุนอ่อนนำมาปรุงอาหารใช้เป็นผัก เช่นใส่ในแกง ยำ เมล็ดนำมาต้มหรือต้ม รับประทานได้ แก่นไม้ใช้ย้อมสีจีวรของพระภิกษุ เนื้อไม้ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ เรียกว่าเป็นผลไม้สารพัดประโยชน์อย่างแท้จริง นับเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีอนาคต เพราะตลาดต่างประเทศมีความต้องการสูงขึ้น โดยเฉพาะจีนและเวียดนาม รวมถึงคนอเมริกันที่นิยมกินเนื้อขนุนแทนเนื้อไก่ เนื่องจากมีความใกล้เคียงกัน ปัจจุบันราคาขนุนเฉลี่ยกิโลกรัมละ 15 บาท ขึ้นอยู่กับช่วงฤดู แต่ถ้าส่งออกราคาก็จะอยู่ที่ประมาณ 20 กว่าบาท ซึ่งลูกขนาด A1 จะหนักประมาณ 10 กก. ในการปลูกต่อ 1 ไร่ 30 ต้น ซึ่งขนุนจะให้ผลต้นละประมาณ 15 ผล เฉลี่ยผลผลิตต่อไร่ก็ประมาณ 450 ผล ขายหมดจะมีรายได้เฉลี่ยประมาณ 67,500 บาทต่อไร่

3. มะพร้าว ปัจจุบันมะพร้าวกำลังเป็นผลผลิตที่หายากมากขึ้น เนื่องจากมีการนำมะพร้าวไปแปรรูปเป็นผลผลิตหลายอย่าง ทำให้ไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด ประกอบกับการขาดแคลนแรงงาน จึงต้องพึ่งพิงการนำเข้ามะพร้าวจากต่างประเทศ  เฉพาะในปี 2560 ประเมินจากการขยายกำลังการผลิตของผู้ประกอบการรายใหญ่และการเพิ่มขึ้นของผู้ประกอบการรายใหม่ในกลุ่มอุตสาหกรรมมะพร้าวแปรรูป คาดว่าการส่งออกผลผลิตจากมะพร้าวของไทยจะมีมูลค่า 17,492 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 20.3  ในระยะยาวยังคงมีแนวโน้มเติบโตตามกระแสนิยมบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ เพราะฉะนั้น ถ้าใครมีพื้นที่เหลือจะลองปลูกมะพร้าวเชื่อว่าจะเป็นลู่ทางใหม่ที่สดใสแน่นอน

4. กล้วย เป็นพืชอีกหนึ่งชนิดที่ใช้เงินลงทุนน้อย แต่ได้ผลผลิตมากมาย สามารถขายได้ทุกส่วน ช่วยเกษตรกรพลิกจากการเป็นหนี้หันมาจับเงินล้านแล้วหลายราย ไม่ว่าจะเป็นกล้วยหอม กล้วยน้ำว้า หรือกล้วยไข่ ต่างขายได้เป็นกอบเป็นกำ ยกตัวอย่างกล้วยหอมนอกจากจะเป็นผลไม้นิยมรับประทานแล้ว ยังถูกนำไปทำเป็นเค้กกล้วยหอม ซึ่งปัจจุบันคนให้ความนิยมจนคนทำเค้กกล้วยหอมต้องกว้านหาซื้อกล้วยหอมมาตุนป้องกันการขาดตลาด ด้านการตลาดมีการทำสัญญาซื้อขายแบบยกสวน ส่วนราคาขึ้นอยู่กับผลผลิต ถ้าลูกงามตามมาตรฐานราคาก็สูง

5. มะละกอ เป็นผลไม้ที่เจริญเติบโตได้ดีในทุกสภาพดินที่มีความชื้นเล็กน้อย หน้าดินลึก การระบายน้ำดี พันธุ์มะละกอที่นิยมปลูกส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์ที่มีการพัฒนาและผสมข้ามสายพันธุ์ จนได้ลักษณะเด่นตามต้องการ อาทิ พันธุ์พื้นเมือง, พันธุ์ปากช่อง 1, พันธุ์ท่าพระ 50, พันธุ์แขกดำ, พันธุ์สายน้ำผึ้ง ระยะเวลาการเก็บเก็บเกี่ยวขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ที่ปลูก นับเป็นผลไม้ที่ขายดีทั้งแบบดิบและแบบสุก พูดง่ายๆว่าถ้าปลูกแล้วได้ผลผลิตดี รับรองมีตลาดรองรับแน่นอน

ติดตาม ข่าวล่าสุด ได้ที่เว็บไซต์ www.sanookgossip.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *