4 กุมารเปิดใจลาออก ลดความกดดันทางการเมือง ลั่นไม่คิดตั้งพรรคใหม่

4 กุมารเปิดใจลาออก ลดความกดดันทางการเมือง ลั่นไม่คิดตั้งพรรคใหม่

4 กุมารเปิดใจลาออก ลดความกดดันทางการเมือง ลั่นไม่คิดตั้งพรรคใหม่ ก่อนสักการะพระพรหมบนตึกไทยคู่ฟ้า พระภูมิเจ้าที่และศาลตายายในทำเนียบฯ

 

 

เมื่อเวลา 08.55 น. วันที่ 16 ก.ค. ข่าวล่าสุด สํานักโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรีแจ้งว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ยกเลิกกำหนดงานการเป็นประธานมอบนโยบายการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง โครงการตรวจเพิ่มรายได้ให้กับสมาชิกกองทุนหมู่บ้านด้วยการท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดชุมพร ณ กองทุนหมู่บ้านบนดอย หมู่ที่ 7 ต.เขาทะลุ อ.สวี จ.ชุมพ ในเวลา 09.00 น. โดยก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่านายสมคิดและครอบครัวจะใช้เวลาช่วงนี้พักผ่อนที่จ.ชุมพร เนื่องจากวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา เป็นวันคล้ายวันเกิดของนายสมคิด อายุครบ 67 ปีอีกด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ตั้งแต่เวลา 07.30 น. มีสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศมาปักหลักรอฟังการแถลงข่าวลาออกของรัฐมนตรีกลุ่ม 4 กุมาร ซึ่งเดิมแจ้งว่าจะมายื่นลาออกในเวลา 08.00 น. แต่เปลี่ยนมาเป็นเวลา 10.00 น. โดยกลุ่ม 4 กุมารคือ นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกฯฝ่ายการเมือง เดินทางถึงทำเนียบฯและขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า ยื่นหนังสือลาออกต่อนายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกฯ

ต่อมาเวลา 10.23 น. กลุ่ม 4 กุมาร ได้สักการะพระพรหมบนตึกไทยคู่ฟ้า และสักการะพระภูมิเจ้าที่และศาลตายาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบฯ

จากนั้นเวลา 10.40 น. กลุ่ม 4 กุมารร่วมกันแถลงข่าว ซึ่งทั้งหมดมีสีหน้ายิ้มแย้ม โดยนายอุตตมกล่าวว่า ทั้ง 4 คนได้นำหนังสือลาออก ยื่นต่อเลขาธิการนายกฯเรียบร้อยแล้ว และนายสมคิด จาตุศรีพิทกษ์ ได้มอบให้นายกอบศักดิ์ เป็นผู้ยื่นหนังสือลาออกพร้อมกัน มีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ก็คงโล่งอกกันในระดับหนึ่ง ในครั้งนี้พวกเราเห็นพ้องกันว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมว่า จะต้องออกจากตำแหน่งที่ได้ปฏิบัติหน้าที่มา และเหตุการณ์ทั้งหลายที่เราเห็นกันอยู่ เพื่อให้ประเทศเดินหน้าไปได้ ความคลุมเครือจะได้หายไป พวกเรามีส่วนจะช่วยลดความกดดันทางการเมืองต่อนายกฯ ในช่วงเวลานี้เพื่อไม่ให้ส่งต่อความชะงักงันต่อนายกฯได้ จึงเป็นเหตุผลต่อการลาออกครั้งนี้

นายอุตตม กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่ได้ถูกกดดัน พวกเราเข้าใจว่านายกฯได้รับทราบแล้ว ซึ่งได้ประสานกันมาก่อนหน้าแล้ว ถือว่าจากกันด้วยดี วันนี้สถานการณ์บ้านเมืองที่เกิดขึ้น พวกเราต้องช่วยกันประคับประคอง อนาคตของพวกเรา อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง พวกเราก็จะทำงานในส่วนนี้ต่อไป พวกเราได้หารือกันมาเอง ส่วนนายสมคิดก็เห็นพ้องด้วย อีกทั้งมีเหตุผลเรื่องสุขภาพ รวมทั้งพวกตนด้วยก็ถือโอกาสพักผ่อน

“วันนี้ต้องขอบคุณนายกฯ ที่ให้โอกาสพวกเราทำงานให้บ้านเมือง นี่คือสิ่งสำคัญที่พวกเราได้มาในครั้งนี้ เชื่อว่านายกฯจะเฟ้นหาคนมีความสามารถมาเป็นรัฐมนตรีได้ วันนี้เรื่องเศรษฐกิจต้องร่วมมือร่วมใจกัน ไม่ใช่แค่หน่วยงานใด หน่วยงานหนึ่งจะทำงานได้ ยืนยันว่าการทำงานการเมืองครั้งนี้ไม่ได้เจ็บตัวแต่อย่างใด” นายอุตตมกล่าว

 

 

 

 

ด้านนายสนธิรัตน์ กล่าวว่า พวกเรายังไม่ได้คิดถึงเรื่องการเมือง วันนี้เราเดินทางมาจนถึงตั้งพรรค การตั้งรัฐบาล ส่วนการตั้งพรรคใหม่ ยังไม่ได้คิด แต่เรามีความพร้อมช่วยกันคิดเพื่อบ้านเมือง เราไม่ได้ทอดทิ้งและมีส่วนช่วยเหลือ มีอะไรที่เราทำประโยชน์ได้ก็ยินดีจะช่วย แต่ขอพักเรื่องการเมืองไว้ก่อน เราอยากเห็นสถานการณ์การเมืองเดินหน้าต่อไปได้ เรายินดีให้การเกิดปรับเปลี่ยน ให้การเมืองได้มีโอกาสได้ใช้พลังทุกภาคส่วนมาขับเคลื่อนในส่วนนี้ จึงเป็นที่มาของการลาออก วันนี้ขอพักผ่อนก่อน ส่วนอนาคตจะมีโอกาสกลับเข้ามาสู่การเมืองหรือไม่นั้น นายสนธิรัตน์กล่าวว่า วันนี้ยังไม่ได้คิด วันนี้คิดแต่พักผ่อนก่อน

เมื่อถามว่าตอนนี้รู้จักนักการเมืองกับพรรคมากขึ้นหรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า การเมืองก็เป็นหน้าที่ของทุกคน เราได้ทำหน้าที่ทางการเมืองในระยะเวลาหนึ่ง สิ่งที่เราอยากเห็นคือการเกิดการเมืองในเชิงการพัฒนาสอดรับกับสภาวะของโลก และขอเป็นกำลังใจให้กับการพัฒนาทางการเมือง ซึ่งการเดินทางทางการเมืองของพวกเรานั้น ต้องขอบคุณสื่อที่ติดตามมาตลอดว่าเราอยากทำการเมืองที่ดีๆ ที่เป็นอนาคต ดังนั้น อยากให้เป็นแรงบันดาลใจกับคนดีๆ ที่อยากเข้ามาช่วยบ้านเมืองได้มีโอกาสเหมือนพวกเรา

เมื่อถามว่าบทเรียนที่ได้ถือว่าคุ้มค่าหรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ทุกครั้งที่เราทำงานต่างมีการเรียนรู้ และเป็นบทเรียนของชีวิตที่ดีทั้งนั้น ไม่ว่าในแง่มุมใดก็ตาม ส่วนที่บอกว่าบทเรียนของการตั้งใจพัฒนางานการเมือง แต่เมื่อลาออกแสดงว่าพยายามแล้วไม่สามารถเปลี่ยนแปลงการเมืองได้ใช่หรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า คงตอบอย่างนั้นไม่ได้ มันเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนางานทางการเมือง ในทัศนะของตนไม่ว่าจะมีเหตุการณ์อะไรก็เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาทางการเมือง หรือทุกคนที่เกี่ยวข้องจะเรียนรู้และปรับใช้มันอย่างไร

เมื่อถามถึงกระแสข่าวรายชื่อผู้ที่มาเป็นรมว.พลังงานคนใหม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ยังไม่ขอให้ความเห็น เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไรต่อกรณีมีข่าวการมาแย่งตำแหน่งรมว.พลังงาน ขณะที่ยังทำหน้าที่นี้อยู่ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ให้ไปรอฟังในวันที่ 17 ก.ค. ซึ่งตนจะเข้ากระทรวงส่งมอบงาน รวมถึงจะแถลงข่าวผลงานของกระทรวงพลังงานในช่วง 1 ปีที่ตนเป็นรมว.พลังงาน ถ้าใครมีข้อสงสัยก็สอบถามในวันนั้นได้

ด้านนายสุวิทย์ กล่าวว่า งานต่างๆในกระทรวงการอุดมศึกษฯ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง และบางเรื่องออกเป็นกฎกระทรวงแล้ว รัฐมนตรีคนใหม่เข้ามาทำงานต่อได้เลย เมื่อถามว่าการควบรวมหน่วยงานมาอยู่ในกระทรวงนี้ยังมีปัญหาเรื่องรอยต่อบางส่วนยังไม่เรียบร้อย นายสุวิทย์ กล่าวว่า รัฐมนตรีคนใหม่มารับช่วงจัดการได้อยู่แล้ว เพราะตนทำฐานรากต่างๆ เอาไว้ให้แล้ว

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า ในช่วงเช้า กลุ่ม 4 กุมาร ได้นัดรวมตัวกันที่โรงแรมหรรษา ย่านราชดำริ เพื่อพูดคุยถึงลำดับขั้นตอนการยื่นหนังสือต่อเลขาธิการนายกฯ และกำหนดประเด็นและบุคคลที่จะแถลงข่าว พร้อมรับประทานอาหารเช้า และกาแฟร่วมกันก่อนเดินทางมาที่ทำเนียบรัฐบาล

ที่มา: www.khaosod.co.th
ติดตาม ข่าวล่าสุด ได้ที่เว็บไซต์ www.sanookgossip.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *